วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557

ประโยชน์ของวิตามินบี 2

วิตามินบี2 หรือ ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ถูกดูดซึมได้ง่าย ปริมาณที่ถูกขับออกมาจะขึ้นอยู่กับความต้องการของร่างกายเป็นหลัก ร่างกายจึงไม่เก็บสะสมไว้ เราจึงควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจากอาหารหรืออาหารเสริมBวิตามินบี2 มีอีกชื่อว่า วิตามินจี (Vitamin G) มีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก.หรือ mg.) 
      วิตามินชนิดนี้จะถูกแสงสว่างทำลายได้โดยง่าย แต่ไม่ถูกทำลายด้วยความร้อนเหมือน วิตามินบี3 โดยวิตามินที่พบว่าชาวอเมริกันขาดมากที่สุดคือ ไรโบฟลาวิน หรือวิตามินบี2Cแหล่งที่พบวิตามินบี2 ได้ในธรรมชาติ ได้แก่ ไข่ นม ถั่ว โยเกิร์ต ชีส ผักใบเขียว ปลา ตับ ไต เป็นต้นDโรคจากการขาดวิตามินบี2 ได้แก่ โรคปากนกกระจอกหรือโรคขาดวิตามินบี1 และวิตามินบี 2 พบที่บริเวณริมฝีปาก มุมปาก ผิวหนัง อวัยวะสืบพันธุ์Eผลเสียของการรับประทานเกินขนาด ปัจจุบันยังไม่พบอาการที่บ่งชี้ว่าเป็นพิษที่เกิดจากการรับประทานวิตามินชนิดนี้ แต่ที่มีความไปได้ว่า หากในร่างกายมีวิตามินตัวนี้สูงเกินไปก็คือ คัน รู้สึกชา อาการแสบยิบๆ 
     โดยศัตรูของวิตามินบี2 ได้แก่ แสงแดดหรือแสงยูวี ความเป็นด่าง ยากลุ่มซัลฟา ฮอร์โมนเอสโตรเจน แอลกอฮอล์ และน้ำ เพราะวิตามินบี2 จะถูกเจือจางในน้ำที่ประกอบอาหาร
   ประโยชน์ของวิตามินบี2
วิตามินบี2ช่วยในกระบวนการสร้างการเจริญเติบโตและสืบพันธุ์
บำรุงผิวพรรณ เล็บ และเส้นผม
เพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น ช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้าของสายตา
ช่วยลดความเจ็บปวดจากไมเกรน
กำจัดอาการเจ็บแสบในปาก ริมฝีปาก และลิ้น
ทำงานร่วมกับสารอื่นๆ ในการเผาผลาญอาหารประเภทแป้ง ไขมัน และโปรตีน
        วิตามิน บี 2 มีอยู่ใน ผลิตภัณฑ์ บลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล
        เลขทะเบียน อย. เลขที่ 10-3-23254-1-0010
       วิธีรับประทานบลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล
   สำหรับผู้ป่วยโรคตา ให้รับประทานวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 แคปซูล หลังอาหารเช้า
      ดูข้อมูลที่     http://blueberryeyecaresoftgel.blogspot.com
    ขนาดและราคา   1 ขวด 100 แคปซูล ราคา 2,500 บาท
                          บริการส่งฟรีทั่วประเทศไม่คิดค่าส่ง
    สั่งซื้อที่     คุณ วีระชัย   ทองสา
                    โทร. 084-6822645 , 085-0250423(Line)

                    อีเมล์  weerachai.coffee@hotmail.com




                      

ประโยชน์ของสารสกัดจากเมล็ดองุ่น

OPC เป็นชื่อย่อของ Oligoneric Proanthocuanidin จัดเป็นสารชนิดหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoid) เมื่อรับประทานเข้าไปในร่างกายจะเปลี่ยนเป็นสารสีแดงชื่อแอนโทไซยานิดิน
        OPC เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากธรรมชาติ มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระเหนือกว่า (Antioxidant) อื่นๆ จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น Superantioxidant โดยพบว่ามีประสิทธิภาพแรงกว่าวิตามินซี 20 เท่า และแรงกว่าวิตามินอี 50 เท่า นอกจากนี้ OPC เมื่อรับประทานร่วมกับวิตามินซี จะช่วยเสริมฤทธิ์ให้วิตามินคงตัว และออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นบางคนจึงเรียก OPC ว่าเป็นวิตามินซีโคแฟกเตอร์ (Vitamin C cofactor)
        OPC พบในส่วนผสมของผิวและเมล็ดของผลไม้หลายชนิด คือ องุ่น บลูเบอรี่ เชอรี่ พลัม รวมทั้งเปลือกสน แต่แหล่งที่สำคัญของ OPC  คือเมล็ดองุ่น (Grape seed) ความจริงในเนื้อองุ่นทั้งองุ่นเขียว และองุ่นม่วงก็มีอยู่บ้าง แต่ไม่มากเท่าในเมล็ด ดังนั้น ในไวน์แดง ซึ่งเด้จากการหมักผลองุ่นพร้อมเล็ดจึงมี OPC อยู่ไม่น้อย จึงมีผู้แนะนำให้ดื่มไวน์แดงเป็นประจำ เพื่อป้องกันโรคหัวใจ
        อย่างไรก็ตามผู้ที่คาดหวังจะได้ OPC มาก จากการดื่มไวน์แดงคงจะไม่คุ้มกัน เพราะจะได้รับแอลกอฮอล์เข้าไปไม่น้อย อาจทำให้เป็นโรคตับแข็งก่อนก็เป็นได้
        ในเมล็ดองุ่นแม้จะเป็นแหล่งที่ดีของ OPC แต่ก็ไม่แนะนำให้รับประทานเมล็ดองุ่น โดยตรงเพราะมีสารชนิดอื่นๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ จึงมีการนำเมล็ดองุ่นมาสกัดได้เป็นสารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape seed Extract) ซึ่งอุดมด้วยสาร OPC
               OPC มีบทบาทต่อสุขภาพอย่างไร
             1.ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ OPC จะยับยั้งการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด จึงป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดี ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
             2.ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย เนื่องจาก OPC สามารถรวมตัวกับคอลลาเจนของผนังหลอดเลือดได้ดี จึงป้องกันอนุมูลอิสระ ที่จะมาทำลายเซลผนังหลอดเลือด ช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพองได้
            3.ต้านการอักเสบ OPC จะยับยั้งการสังเคราะห์และการปล่อยสารที่จะทำให้เกิดการอักเสบทำให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันของข้อต่างๆ ทำงานได้ดี ลดอาการข้อกระดูกอักเสบ โรคเนื้อเยื่อแย็ง
            4.ลดอาการภูมิแพ้ OPC มีคุณสมบัติในการต้านสารฮิสตามิน จึงช่วยลดอาการภูมิแพ้หอบหืด
            5.ป้องกันสมองเสื่อม OPC สามารถผ่านแนวกั้นสมองได้ จึงป้องกันสมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระ
            6.ป้องกันการเสื่อมของดวงตา ต้อกระจก ช่วยให้สายตาปรับการมองเห็นในที่มืดได้ดี
            7.ป้องกันมะเร็ง OPC ป้องกันมิให้อนุมูลอิสระไปทำความเสียหายต่อ DNA ของเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเซลล์มะเร็ง
            8.ป้องกันริ้วรอย ฝ้า กระ OPC ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายคอลลาเจน และอิลาสตินในผิวหนัง อันเป็นสาเหตุทำให้ผิวเสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ยังปกป้องผิวจากรังสี uv ทำให้ฝ้าและกระ จางลง
ทำงานร่วมกันกับวิตามินซีในการทำให้คอลลาเจนทั่วร่างกายแข็งแรงขึ้น และยังช่วยป้องกันการสูญเสียวิตามินซีและอี
              สารสกัดจากเมล็ดองุ่น มีอยู่ใน ผลิตภัณฑ์ บลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล
        เลขทะเบียน อย. เลขที่ 10-3-23254-1-0010
       วิธีรับประทานบเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล
   สำหรับผู้ป่วยโรคตา ให้รับประทานวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 แคปซูล หลังอาหารเช้า
      ดูข้อมูลที่     http://blueberryeyecaresoftgel.blogspot.com
    ขนาดและราคา   1 ขวด 100 แคปซูล ราคา 2.500 บาท
                          บริการส่งฟรีทั่วประเทศไม่คิดค่าส่ง
    สั่งซื้อที่     คุณ วีระชัย   ทองสา
                    โทร. 084-6822645 , 085-0250423(Line)
                    อีเมล์  weerachai.coffee@hotmail.com





   

ส่วนประกอบใน บลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล

ส่วนประกอบของ บลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล 1 แคปซูล(800 มก.)


                        1. สารสกัดจากบิวเบอร์รี่                   180 มก.

                    2. สารสกัดจากใบแปะก๊วย                  60 มก.

                   3. สารสกัดจากดอกดาวเรือง               50 มก.


                   4. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น                    60 มก.


                   5. ทอรีน                                           100 มก.



                   6. วิตามิน บี 2                                       1 มก.




     เลขทะเบียน อย. เลขที่ 10-3-23254-1-0010
       วิธีรับประทานบเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล
   สำหรับผู้ป่วยโรคตา ให้รับประทานวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 แคปซูล หลังอาหารเช้า
      ดูข้อมูลที่    
http://blueberryeyecaresoftgel.blogspot.com
    ขนาดและราคา   1 ขวด 100 แคปซูล ราคา 2,500 บาท
                          บริการส่งฟรีทั่วประเทศไม่คิดค่าส่ง
    สั่งซื้อที่     คุณ วีระชัย   ทองสา
                    โทร. 084-6822645 , 085-0250423
                    อีเมล์  weerachai.coffee@hotmail.com 

  

ประโยชน์ของบลูเบอร์รี่ Blueberry

ผล Blueberry นั้น มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ถึงขั้นที่นักวิจัยจัดให้เป็นยอดผลไม้ชนิดใหม่
เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า Blueberry มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากเพราะมีวิตามิน C และ วิตามิน E อยู่มาก ราวสองสามปีมานี้ ความต้องการ Blueberry สูงขึ้นมาก เมื่อนักวิจัยพบว่า ผลไม้กลมๆ เล็กๆ สีน้ำเงินเข้มนี้ มีสาร anti-oxidant อยู่ในระดับสูงด้วย สาร anti-oxidant นั้น เป็นสารเคมีที่ต่อต้านการอักเสบ ช่วยต่อสู้ภาวะการแก่ตัวหรือชะลอความแก่ และอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็ง นักวิจัยบอกว่ายิ่ง Blueberry ป่าด้วยแล้ว มีระดับสาร anti-oxidant สูงมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นใด
           ประโยชน์ของ บูลเบอรี่
      Blueberry เป็นผลไม้ที่มีสารแอนโธไชยานินประกอบอยู่เป็นสารจำพวกฟลาโวนอยด์ (Flavonoid)ที่มีสีแดงอมม่วงช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง และช่วยให้การไหลเวียนของเลือดในระดับที่เล็กมากขึ้นสารชนิดนี้ช่วยเอนไซม์ต่างๆ ให้ทำงานในกระบวนการเมตาบอลิซึ่งของเซลล์เรตินา
      สารแอนโธไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) ไปใช้ในการรักษาโรคเพื่อช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง สร้างคอลลาเจนช่วยในการทำงานของสมองดีขึ้น และทำหน้าที่เป็นสารแอนติออกซิ แดนท์ที่ป้องกันการทำปฏิกิริยากับออกซิเจน สารชนิดนี้ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำงานของไต และช่วยรักษาผู้ที่มีเส้นเลือดฝอยเปราะในอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสีย สารแอนโธไซยาโนไซด์ชนิดหนึ่ง คือไมร์ทิลลิน (Myrtliiln) เป็นสารสีน้ำเงินที่มีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแบคที่เรีย สารแอนโธไซยาโนไซด์มีคุณสมบัติที่เทียบได้กับสารไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงด้วยเช่นกัน
     ประโยชน์ของสารสกัด Blueberry
1. เพิ่มสมรรถภาพในการมองเห็นได้ดีในที่มืด
2. ป้องกันเส้นเลือดเปราะ (Arterosclerosis) ทำให้หลอดเลือดแข็งแรง
3. ป้องกันต้อหิน ต้อกระจก ต้อลม ลดแรงดันในลูกตาลดความเจ็บปวดจากการบวมในลูกตา
4. ป้องกันโรคเบาหวาน, โรคไทฟอยด์, นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ, โรคความดันโลหิตสูง และระบบหายใจผิดปกติ
5. ป้องกันเส้นเลือดขอด ลดการบวม เสริมสร้างความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด ช่วยสร้างเนื้อเยื่อ เส้นเอ็น
6. แก้ Arthritis, Arthereoscirosis การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ ช่วยบรรเทาอาการผิดปกติในลำไส้ใหญ่ โรคเริม ท้องผูก โรคกระเพาะอาหาร แผลในปาก
7. เป็นสารแอนติออกซิแดนท์ ควบคุมน้ำตาลในเลือด ช่วยลดเกล็ดเลือด (Blood platelet)ต่อต้านโธไซยาโนไซเดอร์
       ประโยชน์ต่อสุขภาพตาและการมองเห็น
       สาร anthocyanosides ช่วยชะลอการสูญเสียการมองเห็น   มันช่วยป้องกันหรือชะลอโรคตาที่เกิดจากวัย เช่น ต้อ อาการตาแห้ง การติดเชื้อ ฯลฯ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกัยเรตินา   ข้อมูลจาก Archives of Ophthalmology ชี้ว่าการรับประทานบลูเบอร์รี่ 3 ถ้วยต่อวันอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคตาที่เกิดจากวัย (age-related macular degeneration) ในผู้ใหญ่    การป้องกันความเสื่อมของประสาทตาจากความชรา
     Macular คือศูนย์รวมของการรับภาพบนจอประสาทตา(retina) ซึ่งเมื่ออายุมากๆขึ้นจะมีการเสื่อมได้ จึงเรียกว่า age-related คือสัมพันธ์กับอายุ ถ้ามีการเสื่อมก็จะทำให้มีปัญหาในการมองเห็น พบว่าการกินผลไม้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะองุ่นนี้ด้วยจะช่วยชะลอการเสื่อมของจุดรับภาพได้        
       ปัจจุบัน บลูเบอร์รี่ มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ บลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล
           เลขทะเบียน อย. เลขที่ 10-3-23254-1-0010
       วิธีรับประทานบลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล
   สำหรับผู้ป่วยโรคตา ให้รับประทานวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2 แคปซูล
   สำหรับรับประทานเป็นอาหารเสริม ผู้ใหญ่ วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1-2 แคปซูล
   เด็ก อายุ 6-8 ปี ให้รับประทาน 1 แคปซูล วันละ 1 ครั้ง
   ดูข้อมูลที่     http://blueberryeyecaresoftgel.blogspot.com   
    ขนาดและราคา   1 ขวด 100 แคปซูล ราคา 2.500 บาท
                          บริการส่งฟรีทั่วประเทศไม่คิดค่าส่ง
    สั่งซื้อที่     คุณ วีระชัย   ทองสา
                    โทร. 084-6822645 , 085-0250423(Line)
                    อีเมล์  weerachai.coffee@hotmail.com 





  

ประโยชน์ของลูทีนในบลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล

ประโยชน์ของลูทีนในบลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล
  1.   เป็นเสมือนแว่นตากันแดด ช่วยกรองแสงสีฟ้า และ ปกป้องเรติน่า
  2.   ป้องกันโรคจุดรับภาพเมื่อม หรือ จอประสาทตาเสื่อม AMD (Age-Related Macular Degeneration)
  3.   ช่วยป้องกัน และลดอาการของโรคต้อกระจก(Cataracts)
  4.   ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ(Free radical) ที่ทำลายเซลล์ตา ทำให้เซลล์แข็งแรง ช่วยชะลอความเสื่อมของตา
  5.   ช่วยให้ดวงตาแข็งแรงเพื่อป้องกัน “จอประสาทตาเสื่อม”
  6.   ช่วยเสริมการมองเห็น โดยช่วยป้องกันการเสื่อมของจอประสาทตาที่จุดเล็กๆ ตรงกลางของจุดรับแสงในตา(Ratina) อันเป็นส่วนสำคัญของ Main Pigment(สี) ในฉากรับแสงของตา จะช่วยป้องกันไม่ให้แสงอาทิตย์ทำลายเรติน่า
  7.   บำรุงระบบการไหลเวียนของผนังหลอดเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอย ช่วยลดอาการอุดตันของหลอดเลือดบริเวณดวงตา
  8.   เมื่อดวงตาโดนแสงสว่างที่จ้าๆ ดวงตาจะกลับมาเห็นเป็นปกติได้เร็วขึ้น
  9.   ช่วยลดการกระจายตัวของแสง
10.              ช่วยเพิ่มคุณภาพในการมองเห็น
11.              เพิ่มสมรรถภาพในการมองเห็นได้ดี ในที่มืดและในกลางแจ้ง
12.              ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง
ปัจจุบันสรรพคุณของลูทีนมีอยู่ใน ผลิตภัณฑ์บลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล
เลขทะเบียน อย. เลขที่ 10-3-23254-1-0010
       วิธีรับประทานบลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล
   สำหรับผู้ป่วยโรคตา ให้รับประทานวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2 แคปซูล
   สำหรับรับประทานเป็นอาหารเสริม ผู้ใหญ่ วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1-2 แคปซูล
   เด็ก อายุ 6-8 ปี ให้รับประทาน 1 แคปซูล วันละ 1 ครั้ง
   ดูข้อมูลที่     http://blueberryeyecaresoftgel.blogspot.com    
    ขนาดและราคา   1 ขวด 100 แคปซูล ราคา 2.500 บาท
                          บริการส่งฟรีทั่วประเทศไม่คิดค่าส่ง
    สั่งซื้อที่     คุณ วีระชัย   ทองสา
                    โทร. 084-6822645 , 085-0250423(Line)
                    อีเมล์  weerachai.coffee@hotmail.com

   


โรคจอประสาทตาเสื่อม ( AMD )ป้องกันด้วยบลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล

โรคจอประสาทตาเสื่อม เป็นโรคที่มีความผิดปรกติเกิดขึ้นที่จุดกลางรับภาพของจอประสาทตา (Macula) ซึ่งเป็นส่วนที่ไวต่อการมองเห็นมากที่สุด โดยผู้ป่วยมักจะไม่สังเกตเห็นถึงความผิดปรกติในระยะเริ่ม ต้น มารู้ตัวเมื่อมีการสูญเสียการมองเห็นเกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม โรคจอประสาทตาเสื่อมจะทำให้สูณเสียการมองเห็นเฉพาะตรงกลางภาพ โดยที่ผู้ป่วยยังสามารถมองเห็นบริเวณขอบด้านข้างของภาพได้อยู่ โรคนี้มีอุบัติการสูงขึ้นมากในกลุ่มอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป

       เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของภาวะตาบอดแบบถาวรในผู้สูงอายุ บุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม คือ ผู้สูงอายุ ดังนั้นผู้มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปจึงควรได้รับการตรวจจอประสาทตาทุก 1-2 ปี นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน คลอเลสเตอรอล สูง และประวัติบุคคลในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้ ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีโอกาสเกิดโรคนี้ได้มากกว่าคนทั่วไป
        ชนิดของจอประสาทตาเสื่อม
โรคจอประสาทตาเสื่อมมีลักษณะของโรค 2 รูปแบบ คือ
    1.แบบแห้ง หรือแบบเสื่อมช้า (Dry หรือ Atrophic AMD) เป็นรูปแบบที่พบได้มากที่สุด โดยเซล จอประสาทตาจะค่อยๆเสื่อมเสียไปอย่างช้าๆ ความสามารถในการมองเห็นจะค่อยๆลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จนผู้ป่วยแทบไม่ทันได้สังเกตุ
    2.แบบเปียก หรือแบบเร็ว (Wet หรือ Neovascular AMD) พบประมาณร้อยละ 10-15 ของโรคจอประสาทตาเสื่อมทั้งหมด จะเกิดการสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็วทันที เป็นผลจากจุดกลางรับภาพจอประสาทตาบวมและ/หรือมีเลือดออกจากเส้นเลือดผิดปรกติใต้จอประสาทต(Choroidal neovascular membrane)
    เราสามารถดูแลตัวเองเพื่อลดโอกาสการเกิดโรคและการตาบอดจากโรคได้ โดย
   1.หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆเช่น งดสูบบุหรี่ รวมทั้งหลีกเลี่ยงจากควันบุหรี่ด้วย งดอาหารที่มีไขมันสูง
ถ้ามีโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงเช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ต้องรักษาและควบคุมให้อยู่ในเกรณ์ปรกติ
   2.หมั่นออกกำลังกายแบบ aerobic exercise อย่างสม่ำเสมอโดยเลือกประเภทให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยานอยู่กับที่ ว่ายน้ำ ในผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาเรื่องข้อ การทำกายบริหารในสระน้ำจะช่วยให้ออกกำลังได้ดี โดยต้องมีเกรณ์ในการตรวจวัดชีพจรขณะออกกำลังกายให้เหมาะสมตามอายุและสภาพร่างกายด้วยจึงจะได้ผลดีและสามารถขอคำแนะนำจากแพทย์ได้
   3.หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า ใส่แว่นตากันแดดเวลาออกนอกอาคารสถานที่ โดยเลือกเลนส์แว่นตาที่สามารถป้องกันแสงสีฟ้าและรังสี UV ได้ 99-100% และควรลดทอนความจ้าของแสงลงได้ 70-80%
   4.รับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อดวงตา พบว่าสารต้านอนุมูลอิสระชนิด lutein/zeaxanthin มีอยู่ที่ตาในปริมาณสูงและมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการเสื่อมของจอประสาทตาและเลนส์แก้วตา อาหารที่มีสารนี้ในปริมาณสูงได้แก่ ไข่แดง มีมากที่สุด รองลงไปได้แก่ผลไม้และผัก ผลไม้ ได้แก่ ข้าวโพดเหลือง ผลกีวี องุ่นแดงไร้เมล็ด ฟักทอง ผัก ได้แก่ ผัก zucchini ผักขม(spinach) แตงกวา ถั่วลิสง เป็นต้น สำหรับผักใบเขียวเข้มชนิดต่างๆของไทย ก็เชื่อว่ามีสารนี้อยู่มากเช่นกัน
   5.การรับประทานวิตามินหรือสารอาหารทดแทนในรูปของยาสำเร็จรูป ควรให้จักษุแพทย์ตรวจดูสภาพจอประสาทตาก่อนว่ามีความจำเป็นที่จะต้องได้รับยาเสริมหรือไม่ เพราะในยาพวกนี้มีปริมาณวิตามิน และสารอาหารทดแทนในปริมาณสูงมาก การรับประทานโดยไม่จำเป็นอาจทำให้มีการสะสมจนก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ และจากผลการศึกษาพบว่ายาในกลุ่มนี้ไม่สามารถป้องกันการเกิดโรค หรือรักษาการมองเห็นที่เสียไปแล้วให้ดีขึ้นได้ แต่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อมไม่ให้เข้าสู่ระยะรุนแรงได้ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนซื้นมารับประทานเอง
   6.เข้ารับการตรวจสุขภาพตาและจอประสาทตาเป็นระยะตามคำแนะนำในแต่ละช่วงอายุ และหมั่นคอยสังเกตการมองเห็นในตาแต่ละข้างว่าปรกติดีหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจควรรีบปรึกษาแพทย์ ไม่ควรรอจนมีอาการตามัวอย่างชัดเจน เพราะอาจแก้ไขได้ยาก
    ปัจจุบัน ป้องกันปัญหา โรคจอประสาทตาเสื่อม ด้วยผลิตภัณฑ์ บลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล
           เลขทะเบียน อย. เลขที่ 10-3-23254-1-0010
       วิธีรับประทานบลูเบอร์รี่ อายแคร์ซอฟท์เจล
   สำหรับผู้ป่วยโรคตา ให้รับประทานวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2 แคปซูล
   สำหรับรับประทานเป็นอาหารเสริม ผู้ใหญ่ วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1-2 แคปซูล
   เด็ก อายุ 6-8 ปี ให้รับประทาน 1 แคปซูล วันละ 1 ครั้ง
   ดูข้อมูลที่     http://blueberryeyecaresoftgel.blogspot.com   

    ขนาดและราคา   1 ขวด 100 แคปซูล ราคา 2.500 บาท
    พิเศษ ขวดเล็ก(ขนาดทดลอง 10 แคปซูล) 1 ขวด ราคา 300 บาท
                          บริการส่งฟรีทั่วประเทศไม่คิดค่าส่ง

    สั่งซื้อที่     คุณ วีระชัย   ทองสา
                    โทร. 084-6822645 , 085-0250423(Line)
                    อีเมล์  weerachai.coffee@hotmail.com